ด้วยความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ ความไว้เนื้อเชื่อใจได้
และการสำนึกในความรับผิดชอบ เป็นค่านิยมพื้นฐานที่ บริษัท ทุ่งคา ฮาเบอร์ จำกัด
ได้สั่งสมมา โดยหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ นั้น
ได้มุ่งเน้นที่ผู้บริหาร และคณะกรรมการของบริษัทฯ ให้ยึดถือปฏิบัติ
นั่นก็หมายถึงความโปร่งใสต่อผู้ถือหุ้นด้วยเช่นกัน
บริษัทฯ
ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ซึ่งจะทำให้เป้าหมายทั้งปวงของบริษัทนั้นได้บรรลุ และเพิ่มคุณค่าให้กับบริษัทฯ
ทั้งนี้นโยบายของบริษัทฯ คือการเปิดเผยถึงหลักปฏิบัติ
โครงสร้างของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ด้วย
บริษัทฯ เชื่อว่าความซื่อสัตย์ เป็นสิ่งสำคัญที่บริษัทใด ๆ ก็ตาม พึงควรมี
โดยที่บริษัทฯ ได้ให้การสนับสนุนการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
ด้วยการเปิดเผยข้อมูล แสดงความโปร่งใสให้แก่ผู้ลงทุน
และแสดงความน่าเชื่อถือทางด้านข้อมูลให้แก่แวดวงการ
การกำกับดูแลกิจการที่ดี
(1)
บริษัท ทุ่งคา ฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ก้าวเข้าสู่ปีที่ 101
โดยคณะกรรมการบริษัทฯ เห็นชอบในหลักบรรษัทภิบาล (Good Corporate Governance)
และหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจ (Code of Best Practice) สำหรับกรรมการบริษัทมหาชน
ตามระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ตามข้อบังคับของบริษัท และข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อรักษาผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมถึงพนักงานและ ทั้งนี้
บริษัทฯ ได้นำแนวทางดังกล่าว มาปรับใช้ในกฎระเบียบและแนวทางปฏิบัติของกิจการ
รวมถึงการกำกับดูแลกิจการให้เหมาะสมกับสภาพของบริษัทฯ และสภาวการณ์ที่เปลี่ยนแปลง
เพื่อช่วยส่งเสริมผลการดำเนินงานของบริษัท
แนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี (1b)
1. คณะกรรมการบริษัท
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
กรรมการบริษัทต้องได้รับเลือกจากผู้ถือหุ้นตามข้อบังคับบริษัทฯ
ซึ่งต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้
1. บริษัทต้องมีคณะกรรมการของบริษัทฯ ไม่น้อยกว่า 5 คน
2.
กรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร
3.
กรรมการจะเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ หรือไม่ก็ได้
บริษัทฯ
มีกรรมการอิสระที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ
ในจำนวนที่เพียงพอต่อการตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจภายในคณะกรรมการของบริษัท
เพื่อให้กรรมการทุกคนแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ
และไม่ให้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด มีอำนาจเหนือการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท
นอกจากนี้ กรรมการอิสระจะต้องไม่ได้ดำรงตำแหน่งใด ๆ
ในฝ่ายบริหารและไม่เป็นพนักงาน รวมทั้งไม่ได้เป็นตัวแทนจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่
เพื่อให้เป็นการถ่วงดุล
และรักษาสิทธิให้กับผู้ถือหุ้น
จำนวนของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท
ประกอบด้วย ประธานกรรมการ (เป็นกรรมการอิสระ) กรรมการผู้จัดการ กรรมการบริหาร
และกรรมการอิสระ
กรรมการผู้จัดการและกรรมการบริหารได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้วางนโยบายโดยรวม
และมีกรรมการผู้จัดการ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายหรือผู้จัดการอาวุโส
ดำเนินการบริหารองค์กร
ณ วันที่รายงานนี้ คณะกรรมการบริษัทมีทั้งหมด 11
ท่าน ประกอบด้วย ประธานกรรมการ 1 ท่าน กรรมการผู้จัดการ 1 ท่านกรรมการบริหาร 3 ท่าน
และกรรมการอิสระ 6 ท่าน
ขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการ
ขอบเขตหน้าที่โดยทั่วไปของคณะกรรมการบริษัท
คือ ดูแลและจัดการกิจการของบริษัท รวมทั้งควบคุมการดำเนินการของบริษัท
เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการมีดังนี้
1.
ให้คำแนะนำและดูแลฝ่ายจัดการ เพื่อการดำเนินงานไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย
กลยุทธ์และแผนการ
ดำเนินงานของบริษัท
ตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท
2.
พยายามเพิ่มความมั่นคงในการเจริญเติบโตทางธุรกิจ
เพื่อผลตอบแทนที่ยั่งยืนต่อผู้ถือหุ้น
3.
ดูแลติดตามผลประกอบการทางการเงินของบริษัท
4.
ดูแลควบคุมให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่ดีเพียงพอ
5.
ดูแลติดตามฝ่ายกำกับดูแลกิจการของบริษัท
ให้ปฏิบัติตามหลักการการควบคุมภายใน
6.
ดูแลด้านการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
7.
ตรวจสอบผลการดำเนินงานของฝ่ายจัดการ
8.
ให้คำแนะนำต่อผู้ถือหุ้นในการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการเข้าใหม่
เมื่อมีตำแหน่งกรรมการว่าง
9.
ดูแลให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและจริยธรรมทางธุรกิจ
ขอบเขตหน้าที่ของประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ
ประธานกรรมการได้รับการเลือกตั้งจากคณะกรรมการบริษัท
และที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในการกำหนดวัตถุประสงค์ วางกลยุทธ์
และมอบหมายงานที่สำคัญให้แก่ฝ่ายบริหาร
ประธานกรรมการจะคอยดูแลคณะกรรมการ
ที่ประกอบด้วยผู้มีความรู้ความสามารถและประสบการณ์ทางด้านต่างๆ
เพื่อร่วมกันบริหารจัดการได้อย่างมีอิสระและมีระบบควบคุมกำกับดูแลตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
กรรมการผู้จัดการได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท
มีหน้าที่บริหารจัดการตามแผนงาน นโยบายและกลยุทธ์ที่กำหนดจากคณะกรรมการบริษัท
โดยจะเป็นผู้นำในคณะกรรมการบริหาร รับผิดชอบบริหารจัดการเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์
พันธกิจ และวิสัยทัศน์ และที่สำคัญ
ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น
2. การประชุมคณะกรรมการบริษัท
โครงสร้างของคณะกรรมการและวิธีปฏิบัติ
มีการกำหนดวันประชุมคณะกรรมการบริษัทไว้ล่วงหน้า
ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะพิจารณากำหนดวาระการประชุม
ประธานกรรมการจะเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
โดยให้เวลาแก่กรรมการผู้จัดการได้นำเสนออธิบายวาระต่อที่ประชุมอย่างเหมาะสม
และเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านสามารถอภิปรายแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ
บริษัทส่งเอกสารการประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน
ก่อนวันประชุมโดยเลขานุการคณะกรรมการบริษัท
เพื่อให้กรรมการมีระยะเวลาในการพิจารณาอย่างเพียงพอ
และในหนังสือเชิญประชุมแจ้งวาระที่ต้องได้รับอนุมัติไว้อย่างชัดเจน
พร้อมทั้งเอกสารประกอบการพิจารณาที่ครบถ้วนและชัดเจน
กรรมการบริษัทมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง
เว้นแต่ในกรณีที่มีความจำเป็นโดยมีเหตุผลอันสมควร ในกรณีพิเศษที่จำเป็น
หากกรรมการอิสระร้องขอต่อประธานกรรมการซึ่งเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
เพื่อพิจารณาวาระเกี่ยวกับการบริหารจัดการโดยปราศจากกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก็ได้
ผู้บริหารระดับผู้อำนวยการฝ่าย หรือผู้จัดการอาวุโส
สามารถเข้าร่วมประชุมในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้ถ้ามีความจำเป็น
เพื่อในกรณีที่หากคณะกรรมการมีการซักถามข้อมูลรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับวาระการประชุม
การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการ
การจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทจะมีอย่างน้อยทุก
ๆ สามเดือน และจะจัดเมื่อมีวาระพิเศษ เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการบริหารบริษัท
ในช่วงปีที่ผ่านมามีการประชุมกรรมการบริษัททั้งหมด 8 ครั้ง
การตรวจเยี่ยมสถานที่ประกอบการ
คณะกรรมการบริษัท
สามารถเดินทางไปตรวจเยี่ยมสถานที่ประกอบการของบริษัททั้งสำนักงานใหญ่และทุกสาขาได้อย่างอิสระ
โดยไม่มีการขัดขวางหรือถูกปฏิเสธใด ๆ
การเข้าถึงข้อมูล
คณะกรรมการบริษัท
มีอิสระในการสอบถามหรือร้องขอข้อมูลของบริษัท และสามารถขอข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ
ในการประกอบกิจการจากเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารของบริษัทได้
คณะกรรมการบริษัท สามารถแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษาในเรื่องสำคัญ
ภายใต้งบประมาณค่าใช้จ่ายของบริษัท
เพื่อเป็นที่ปรึกษาให้แก่คณะกรรมการและรักษาผลประโยชน์ให้แก่บริษัท
คณะกรรมการบริษัท มีที่ปรึกษาบริษัทอาวุโส 1 ท่านและมีที่ปรึกษา 1 ท่าน
นอกจากนี้บริษัทยังมีเลขานุการบริษัท
ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายและเป็นเลขานุการคณะกรรมการบริษัท
ความสัมพันธ์ของคณะกรรมการกับฝ่ายบริหาร
ฝ่ายบริหารของบริษัท
ประกอบด้วย กรรมการผู้จัดการ กรรมการบริหาร และผู้อำนวยการฝ่ายหรือผู้จัดการอาวุโส
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริหาร
เพื่อทำหน้าที่ช่วยกรรมการผู้จัดการในการบริหารจัดการ
และสามารถเข้าร่วมประชุมในการประชุมคณะกรรมการบริษัท
การแต่งตั้งกรรมการ
ตามข้อบังคับของบริษัท บริษัทฯ
มีการเสนอแต่งตั้งกรรมการใหม่ได้โดยมีหลักเกณฑ์ ดังนี้
(1)
ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้งให้กรรมการหนึ่งในสามของจำนวนคณะกรรมการในขณะนั้นพ้นจากตำแหน่ง
(2) ถ้าตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุผลอื่น นอกจาก ถึงคราวออกตามวาระ
คณะกรรมการด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนกรรมการที่ยังเหลืออยู่
อาจเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเข้ามาเป็นกรรมการแทนในการประชุมคณะกรรมการคราวถัดไปได้
(3)
กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการ
ต้องได้รับการแต่งตั้งจากผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
การดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่น
คณะกรรมการบริษัท
จะต้องพิจารณาจำนวนการดำรงตำแหน่งกรรมการของบริษัทจดทะเบียนอื่นของตนด้วยว่า
จะไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทแต่อย่างใด
และแน่ใจว่ามีความสามารถและมีเวลาเพียงพอในการทำหน้าที่เป็นกรรมการบริษัท
กรรมการบริหาร และผู้บริหารอาวุโส
ของบริษัทท่านใดที่มีความประสงค์จะดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่นนอกเหนือจากกลุ่มบริษัท
ต้องได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการบริษัท
ก่อนเข้ารับตำแหน่งกรรมการในบริษัทอื่น
การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
มีดังนี้
(1) ค่าตอบแทนกรรมการจะต้องมีจำนวนที่พอเพียง
ที่จะทำให้กรรมการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ
(2)
ค่าตอบแทนของกรรมการอิสระจะพิจารณาเปรียบเทียบกับอัตรามาตรฐานผลตอบแทนในอุตสาหกรรมเดียวกัน
และนอกจากนี้ยังพิจารณาจากงานพิเศษที่ได้รับมอบหมายเพิ่มเติม เช่น
เป็นคณะอนุกรรมการเพื่อทำงานในเรื่องสำคัญ
(3)
กรรมการบริหารจะได้รับค่าตอบแทน
โดยพิจารณาจากผลการดำเนินการของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของกรรมการแต่ละท่าน
(4)
ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
เป็นไปตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท
(5) คณะกรรมการบริษัท
พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
ทำหน้าที่กำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
3. คณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการบริษัทจะแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร และคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ขึ้นมา
เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการสรรหา
เพื่อช่วยเหลือในกิจกรรมต่าง ๆ ที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
ซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของคณะกรรมการได้เฉพาะกรรมการอิสระเท่านั้น
ที่จะได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการชุดย่อยต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น
กรรมการบริหาร
จะไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการชุดย่อยดังกล่าวเช่นกัน
แต่สามารถเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดย่อยได้
คณะกรรมการบริหาร
ณ วันที่รายงานนี้ คณะกรรมการบริหาร
ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการบริหาร 3 ท่าน
| นายโรนัลด์ อึ้ง วาย ชอย |
ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ |
| |
|
| ดร.จอห์น ปีเตอร์ มิลล์ส |
กรรมการบริหาร |
| |
|
| พลเอก กิตติศักดิ์ รัฐประเสริฐ |
กรรมการบริหาร |
หน้าที่หลักของคณะกรรมการบริหาร คือ พิจารณาและจัดการหัวข้อต่าง ๆ
ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท ทั้งนี้สมาชิกคณะกรรมการบริหาร
ทุกท่านบริหารงานที่บริษัทฯ ทุกวัน โดยมีการประชุมตามความจำเป็นโดยเฉลี่ยประมาณ 2
ครั้งต่อเดือน
ร่วมกับผู้อำนวยการฝ่ายและผู้จัดการฝ่ายทุกฝ่าย
คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบ
ประกอบไปด้วยกรรมการตรวจสอบซึ่งเป็นกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่าน
| นายเกรียง เกียรติเฟื่องฟู |
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ |
| |
|
| นายอุ้มยศ หุวะนันทน์ |
กรรมการอิสระ |
| |
|
| นายนิกร์กานต์ สุจริตเวสส์ |
กรรมการอิสระ |
| |
|
| |
|
บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ มีดังนี้
1.
เพื่อให้แน่ใจว่ารายงานและการจัดทำงบการเงินได้ปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป
2. เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ
สอดคล้องและโปร่งใสตามระเบียบต่างๆ
3.
ให้คำแนะนำต่อฝ่ายบริหารเกี่ยวกับการปรับปรุงระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ
ด้านการบัญชี
4. สอบทานรายงานของผู้ตรวจสอบบัญชีภายในและภายนอก
5.
ให้คำแนะนำระหว่างคณะกรรมการบริษัท กับฝ่ายบริหารด้านการเงินของบริษัท และ/หรือ
ผู้สอบบัญชีภายนอก
6. ประเมินและให้คำแนะนำต่อฝ่ายบริหารทางด้านการบริหาร
การจัดการ และการควบคุมทางบัญชี
7. พิจารณา คัดเลือก
เสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าตอบแทนในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี
8.
พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในรายการที่เกี่ยวโยงกัน
หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
9. ทบทวนเรื่องสำคัญต่างๆ
ที่มีผลต่อฐานะทางการเงินของบริษัท
คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน
ณ วันที่รายงานนี้
คณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทน ประกอบด้วย กรรมการอิสระ 2 ท่าน และกรรมการบริหาร 1 ท่าน
ดังนี้
| นายเกรียง เกียรติเฟื่องฟู |
ประธาน |
| |
|
| นายโรนัลด์ อึ้ง วาย ชอย |
กรรมการผู้จัดการ |
| |
|
| รอการแต่งตั้ง |
|
โดยจะทำหน้าที่พิจารณาและสอบทานค่าตอบแทนของกรรมการ
และสอบทานค่าตอบแทนของพนักงานซึ่งได้ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติในการปฏิบัติงานจากฝ่ายบริหารแล้ว
(รวมไปถึงโครงการออกหุ้นตอบแทนให้กรรมการและพนักงาน หรือ “ESOP”)
จากนั้นคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนจะนำเสนอกรรมการเพื่อเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นต่อไป
ซึ่งมีการประชุมคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนอย่างน้อยปีละครั้ง
และอาจมีการประชุมเพิ่มได้ในกรณีที่จำเป็น
คณะกรรมการสรรหา
คณะกรรมการสรรหา ประกอบด้วย กรรมการอิสระ 3 ท่าน ดังนี้
| นายปรีชา อรรถวิภัชน์ |
ประธาน |
| |
|
| นายเกรียง เกียรติเฟื่องฟู |
กรรมการอิสระ |
| |
|
| นายอุ้มยศ หุวะนันทน์ |
กรรมการอิสระ |
คณะกรรมการสรรหา จะทำหน้าที่พิจารณา คัดเลือก บุคคลที่มีทักษะ ความรู้
ความสามารถและประสบการณ์ มีความเป็นอิสระ ซื่อสัตย์ สุจริต มีจริยธรรม
มีความสนใจในกิจการของบริษัท มีความตั้งใจและรับผิดชอบ
เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาแต่งตั้งและเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติแต่งตั้งกรรมการ
โดยคณะกรรมการบริษัท
ประกอบด้วย กรรมการที่มีความสามารถและประสบการณ์ทางด้านวิศวกรรม เทคนิค ธรณีวิทยา
การจัดการและการบริหาร การเงิน กฎหมาย
และบัญชีมีการประชุมคณะกรรมการสรรหาอย่างน้อยปีละครั้ง
และอาจมีการประชุมเพิ่มได้ในกรณีที่จำเป็น