Careers
Contact us
Tongkah Harbour Public Company Limited
 
 
คำแถลงของ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ
   
 

ผู้บริหารของ บริษัท ทุ่งคาฮาเบอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการเหมืองแร่ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และ เป็นผู้ทำเหมืองแร่ทองคำ ที่จังหวัดเลย ในนามของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โอกาสในการพัฒนาท้องถิ่นของประชาชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลัง ถูกกีดกัน และบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริงทางวิชาการ อันเนื่องมาจากความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านที่เป็นชาวต่างชาติ ที่เข้ามาแทรกแซงในพื้นที่

นายดิเรก รัตนวิชช์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ทุ่งคำ จำกัด เปิดเผยว่า การที่นักเคลื่อนไหวต่างชาติและกลุ่มเอ็นจีโออ้างว่า เหมืองทองคำเป็นต้นเหตุ ของความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้น ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการปั้นแต่งขึ้นโดยกลุ่มอาจารย์และนักศึกษากลุ่มเล็ก ๆ ที่ต้องการสร้างชื่อให้ กลุ่มของตัวเองในเวทีระหว่างประเทศ โดยมิได้คำนึงถึงการสูญเสียโอกาสของคนในพื้นที่ “เหมืองทองคำภูทับฟ้า ได้ดำเนินการทำเหมืองอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายทุกขั้นตอน ไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังที่มีการกล่าวหา นอกจากนี้ บริษัทให้ความสนใจเรื่องใน เรื่องการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมมา โดยตลอด เพราะเป็นบริษัทของคนไทย ดังนั้น จึงมีจิตสำนึกที่ดีและมีภาระหน้าที่ในการพัฒนาประเทศและสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจให้ท้องถิ่น ทั้งนี้ บริษัทพร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่อ้างอิงได้ และโปร่งใส”

ตั้งแต่เริ่มดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมทางสังคมและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง และขณะนี้ กำลังเตรียมการให้มีศูนย์ประสานงานในพื้นที่ ซึ่งจะมีคลินิกที่ให้บริการทางการแพทย์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์การเรียนรู้ผ่านระบบอินเทอร์เนต และพื้นที่กีฬาและสันทนาการสำหรับประชาชนในพื้นที่

ข้อกล่าวหาที่มีต่อการดำเนินงานส่วนใหญ่มาจาก ศูนย์แลกเปลี่ยนการศึกษาระหว่างประเทศ (Council on International Educational Exchange –CIEE) ซึ่งตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยขอนแก่น นำโดย ดร. เดวิด สเตรคฟัสส์ ผู้อำนวยการศูนย์ชาวอเมริกัน  CIEE นี้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง ปอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีการจัดหลักสูตรนานาชาติจำนวนมากในประเทศกำลังพัฒนา นักศึกษาคนหนึ่งในโครงการได้ ตั้งข้อกล่าวหาว่า บมจ. ทุ่งคาฮาเบอร์ และบริษัท ทุ่งคำ จะต้องรับผิดชอบต่อปริมาณสารพิษที่เพิ่มขึ้นในแหล่งน้ำในพื้นที่ แต่ทางบริษัทเห็นว่า ข้อกล่าวหานี้ ไม่มีมูล

ความจริงแล้ว กรมทรัพยากรธรณีได้ดำเนินการสำรวจพื้นที่บริเวณนี้มากว่า 30 ปี และมีข้อมูลผลวิเคราะห์ตัวอย่างหิน ดิน น้ำ ที่สามารถนำ มาอ้างอิงได้ และในปี 2547-2548 ก่อนเริ่มการทำเหมือง ทางกรมก็ได้มีการสำรวจและเก็บตัวอย่างดินและน้ำพื้นที่ใกล้เคียง ไปตรวจวิเคราะห์และ พบว่า มีปริมาณสารหนูปนเปื้อนในดิน และยังพบว่า มีตะกั่ว แคดเมี่ยม และไซยาไนด์ ที่เกิดจากกระบวนการตามธรรมชาติในปริมาณเล็กน้อยด้วย และตั้งแต่ปี 2540 เรื่อยมาจนถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2549 ซึ่งยังเป็นช่วงก่อนการทำเหมือง มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็ได้มีการตรวจสอบ และยืนยันว่ามีสารหนูและโลหะเหล่านั้นจริง  “ทั้งหมดนี้มิใช่เรื่องแปลก เพราะกระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมทรัพยากรธรณี ได้ประกาศให้ พื้นที่บริเวณนี้ เป็นเขตแหล่งแร่เพื่อการออกประทานบัตรมาตั้งแต่ปี 2535 แล้ว” นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ กรรมการบริหารของ บมจ. ทุ่งคาฮาเบอร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

นอกจากการผุพังของแร่โลหะหลายชนิดตามธรรมชาติ ราและแบคทีเรียบางชนิดก็มีการสังเคราะห์ไซยาไนด์ในกระบวนการดำรงชีวิต นอกจากนี้การทำเกษตรกรรมโดยใช้ยาฆ่าแมลงและสารเคมีอย่างกว้างขวางและดูเหมือนจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็มีส่วนทำให้มีไซยาไนด์ปนเปื้อน ในดินและน้ำด้วย อีกสาเหตุหนึ่งของการมีไซยาไนด์ในดินคือ การทำไร่มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชที่สร้างและสะสมไซยาไนด์ไว้ที่หัว ในปริมาณสูงจนเป็นอันตรายต่อชีวิต และเรื่องนี้นักวิชาการเกษตรทราบดี รวมทั้งมีตัวอย่างการเสียชีวิตของเด็กให้เห็นแล้วหลายครั้ง

“ขณะนี้ ทางบริษัทกำลังหารือกับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เพื่อช่วยกันจัดการปรับปรุงคุณภาพน้ำจากบ่อน้ำบาดาลในบริเวณ ให้ได้มาตราฐาน ความปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภคด้วย”

นายเชิดศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องของการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น เรามุ่งมั่นกับมาตรการ “Zero Discharge” ซึ่งหมายความว่า ไม่มีของเหลวใดใดรั่วไหลออกนอกพื้นที่ประกอบการ แผนการทำเหมืองของบริษัทได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบุคลากรที่มีความชำนาญงานของบริษัท โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศให้คำปรึกษาแนะนำ “สำหรับงานด้านน้ำผิวดินและน้ำบาดาลนั้น ได้รับความร่วมมือจากศูนย์วิจัยน้ำบาดาลของ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยการนำของ ดร.เกรียงศักดิ์ ศรีสุข ซึ่งเป็นผู้ชำนาญการในสาขานี้และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ เป็นผู้ดำเนินการ”

ทีมงานของมหาวิทยาลัยขอนแก่นยังได้ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อติดตามตรวจสอบผลกระทบจากการดำเนินงานของเหมืองตั้งแต่ก่อนเปิดการ เรื่อยมาจนในปัจจุบัน และเป็นผู้จัดทำรายงานยื่นเสนอต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ทุกเดือน ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าเหมืองได้ดำเนินการตามระเบียบของภาครัฐครบถ้วน และเคร่งครัดกับมาตรการ “Zero Discharge” ที่กำหนดไว้

นักศึกษาของ CIEE ก็เคยถกเถียงกันในเรื่องแนวทางการดำเนินงานของ ดร. เดวิด สเตรคฟัสส์ ว่า แท้จริงแล้วหลักสูตรนี้ เป็นฉากหน้าสำหรับการ โฆษณาชวนเชื่อเพื่อผลประโยชน์ของตัวผู้อำนวยการเองหรือไม่ เช่น นิโคล เค นักศึกษาสาวชาวอเมริกันได้เขียนในเว็บบอร์ดของศูนย์ว่า “หลักสูตรนี้ไม่เกี่ยวกับการพัฒนาหรือโลกาภิวัฒน์เลย หัวข้อต่าง ๆ ห่างไกลจากข้อเท็จจริง และมีลักษณะที่ชัดเจนว่าเป็นการลำเอียง บทเรียนต่าง ๆ เป็นลักษณะให้ข้อมูลด้านเดียว ไม่สนับสนุนการค้นคว้าหาข้อมูลมาประกอบ และเมื่อฉันยกมือแสดงความเห็นที่แตกต่างออกไป ก็ถูกอาจารย์ตัดบททุกครั้ง”

“เราพูดกันว่า เหมืองได้ส่งผลกระทบกับชาวบ้านอย่างไร แต่ไม่เคยอภิปรายว่า ถ้าอย่างนั้นแล้ว เหมืองต้องทำอย่างไร เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่ ดำเนินต่อไปได้” นิโคลกล่าว

ตั้งแต่เริ่มเปิดเหมือง บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้มีส่วนสร้างประโยชน์และการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องผ่านการจ้างงาน การซื้อสินค้าและบริการ การจ่ายค่าภาคหลวง ซึ่งจะถูกจัดสรรลงไปยัง อบต. ในพื้นที่และใกล้เคียง การสนับสนุนการศึกษาของเยาวชน การฝึกงานของนักเรียนในสายงานอาชีวะ การให้บริการสาธารณสุข รวมทั้งยังให้การสนับสนุนสาธารณกุศลและกิจกรรมเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรมตลอดมา

เหมืองได้จ้างพนักงานในสาขาต่าง ๆ กว่า 320 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นคนท้องถิ่น และจากการสำรวจของแรงงานจังหวัด เหมืองเป็นแหล่งจ้างงานที่ใหญ่ที่สุด และจ่ายค่าตอบแทนและผลประโยชน์ต่าง ๆ แก่พนักงานในอัตราที่สูงกว่านายจ้างรายอื่น ๆ ในจังหวัดด้วย

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของกลุ่มต่อต้านที่ว่า เหมืองได้ทำให้สุขภาพของชาวบ้านใกล้เคียงเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง แต่ได้ชี้ว่า การใช้สารเคมีในเกษตรกรรมที่เพิ่มสูงขึ้นต่างหากที่น่าจะเป็นสาเหตุที่แท้จริง

จากการที่เหมืองให้สวัสดิการตรวจสุขภาพเป็นประจำ และพนักงานของเหมืองซึ่งทำงาน กิน และใช้เวลาส่วนใหญ่ในเขตเหมือง ไม่มีผู้ได้มีปัญหาสุขภาพหรือโรคภัยดังเช่นที่นักเคลื่อนไหวต่างชาติจาก CIEE กล่าวหา นายดิเรกกล่าวว่า “ข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง และมีจุดประสงค์เพื่อแสดง ให้องค์กรต่างชาติบางแห่งเห็นผลงานการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลในศูนย์เพื่อประโยชน์แอบแฝง และคนเหล่านั้น ไม่มีความรู้พื้นฐานในเรื่องธรณีวิทยาและแหล่งแร่ของประเทศไทย รวมทั้งยังไม่แสวงหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วยซ้ำ”