Careers
Contact us
g
g
 
บริษัท ทุ่งคำ จำกัด (Gold Mining)
   
 

บริษัท ทุ่งคำ จำกัด เป็นบริษัทย่อยที่ดำเนินธุรกิจสำรวจและทำเหมืองแร่ทองคำ ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 98.86 เปอร์เซ็นต์ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2534 หลังจากชนะการประมูลพื้นที่และได้รับประทานบัตร ในจังหวัดเลย และในปี 2538  จึงได้ส่งแผนการทำเหมืองแร่และยื่นขอประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ

ในปี 2546 กระทรวงอุตสาหกรรมได้อนุมัติประทานบัตรการทำเหมืองแร่ทองคำ 6 แห่งแก่ บริษัท ทุ่งคำจำกัด ครอบคลุมพื้นที่ 2.07 ตารางกิโลเมตร ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอประทานบัตรในพื้นที่เพิ่มอีก 91.02 ตารางกิโลเมตรในอำเภอวังสะพุง และอำเภอเมือง จังหวัดเลย ซึ่งประกอบไปด้วยการยื่นคำขอประทานบัตรจำนวน 114 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 52.62 ตารางกิโลเมตร และ คำขออาชญาบัตรพิเศษจำนวน 8 แปลง เนื้อที่รวม 38.4 ตารางกิโลเมตร)

การพัฒนาโครงการและการก่อสร้างโรงแต่งแร่ทองคำแล้วเสร็จในเดือนพ.ค 2549 และเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549  ด้วยกำลังการผลิต 1,200 – 1,500 ตันต่อวัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแร่ ในปีพ.ศ. 2549 มีแร่ที่ได้รับการถลุง 176,785 ตัน โดยที่ 70,389 ตัน ได้รับการถลุงในไตรมาสที่ 3 และ อีก 104,374 ตันในไตรมาสที่ 4 โดยบริษัทฯ คาดว่าจะถลุงแร่ได้ประมาณ 440,000 ตันต่อปี
ในปี พ.ศ. 2550 บริษัท ทุ่งคำ จำกัด สามารถผลิตทองคำได้ 17,485 ออนซ์ โดยทั้งหมดถูกจำหน่ายภายในปีนั้น

การทำเหมืองแร่ทองคำ
ในการสำรวจเหมืองแร่ นักธรณีวิทยาของบริษัทฯ  และคณะที่ปรึกษาผู้ชำนาญการ ได้ร่วมกันนำเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้ในการวางแผนสำรวจและหาแหล่งสินแร่ การตรวจดูเนื้อโลหะในแร่โดยห้องทดลองที่ได้รับความเชื่อถือได้ และการประเมินแหล่งสินแร่นั้น ได้รับการควบคุมดูแลโดยผู้ชำนาญการอิสระที่เชื่อถือได้เช่นกัน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังนำซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยมาใช้ในการช่วยประเมินผลการสำรวจ และวางแผนการพัฒนาเหมืองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมทั้งการเจาะและการระเบิดหิน จะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิด สินแร่จะถูกขนส่งและกองไว้ยังที่ลานกองวัตถุดิบที่เหมือง และของเสียจากการทำเหมืองจะถูกขนส่งไปยังที่ทิ้งเศษหินหรือมูลดินทราย (ซึ่งในอนาคตจะใช้เสริมสำหรับเป็นเขื่อนกักเก็บหางแร่)
กระบวนการแยกทองคำนั้น จะใช้วิธี Carbon-In-Leach หรือ CIL (วิธีนี้ จะไม่มีการปล่อยสารทำละลายที่ใช้ในบริเวณที่อยู่ด้านล่าง) จากลานกองวัตถุดิบ สินแร่ทองคำจะถูกบดด้วยเครื่องบดหยาบ ซึ่งจะนำสินแร่ ลำเลียงด้วยสายพานจากเครื่องบดหยาบไปเข้าเครื่อง SAG Mill (Semiautogenous Grinding) ภายในเครื่องนี้จะมีก้อนเหล็กทุบสินแร่และน้ำ จนมีขนาดที่ทำให้สารเคมีสามารถทำปฎิกิริยากับทองคำได้
แร่ที่ถูกบดจะถูกคัดขนาด และถูกลำเลียง เพื่อนำไปแช่ไว้ในถังสารละลายไซยาไนด์ แร่ทองคำและเงินที่อยู่ในสินแร่จะถูกละลายออกมาอยู่ในรูปของสารละลายไซยาไนด์ ซึ่งเป็นตัวแยกทองคำออกจากหินและฝุ่นดิน และคาร์บอนจะเป็นตัวจับทองคำและเงินที่แยกจากดินและหินได้ จากนั้นจะถูกส่งเข้าเครื่องเผา คาร์บอนจะปล่อยทองคำออกมาในรูปทองคำเหลว โดยทองคำและเงินที่อยู่ตรงผิวเม็ดถ่าน จะถูกกรองแยกออกมาจากกากแร่จะถูกชะล้างออกมาด้วยสารละลายผสม ระหว่างโซเดียมไซยาไนด์และโซเดียมไฮดรอกไซด์ให้กลับอยู่ในรูปสารละลายทองคำและเงินอีกครั้งหนึ่ง สารละลายที่ได้นี้จะถูกส่งผ่านเข้าไปในขบวนการ Electro winning ในการจับทองคำและเงินออกจากสารละลาย ขั้นตอนสุดท้ายคือ นำไปต้มในเตา ภายใต้อุณหภูมิสูงถึง 1,200 องศาเซลเซียส ทองคำเหลวจะกลายสภาพเป็นทองคำแท่งซึ่งมีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงิน ทองคำแท่งที่มีทั้งเนื้อทองและเนื้อเงินจะถูกส่งออกไป เพื่อนำไปทำให้เป็นทองคำแท่งบริสุทธิ์ 99.99%

การขายทองคำ
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ บริษัท บริงซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นผู้ขนส่งแท่งโลหะทองคำไปถลุง เพื่อให้เป็นทองคำบริสุทธิ์ 99.99 เปอร์เซ็นต์ ที่โรงถลุงแร่ทองคำแห่งหนึ่ง ณ ประเทศฮ่องกง และยังได้แต่งตั้งตัวแทนในประเทศฮ่องกงให้ดูแลคุณภาพการดำเนินงาน และยืนยันเนื้อโลหะทองคำ โดย บริษัท เฮอร์แรส จำกัด ซึ่งออกค่าใช้จ่ายไปก่อน 95 เปอร์เซ็นต์ ของแท่งโลหะทองคำ เพื่อนำแท่งโลหะทองคำไปถลุง โดยการขนส่งทางเรือ หลังจากถลุงแท่งโลหะทองคำเรียบร้อยแล้วจะมีการตกลงส่วนต่างภายใน 1 สัปดาห์


การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ได้ทำการศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินการทำเหมืองแร่ ภายใต้กรอบการดำเนินงานที่กำหนดโดยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยศึกษาร่วมกันกับทีมงานที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ และมีความรู้ความชำนาญจากบริษัท เอส พี เอส คอนซัลติ้ง จำกัด, มหาวิทยาลัยขอนแก่น, บริษัท เอ็นเอสอาร์ เอ็นวิรอนเมนทัล คอนซัลติ้ง จำกัด และบริษัท เอ็นวิรอนเมนทัลจีโอเคมิคัล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จากประเทศออสเตรเลีย โดยทำการศึกษา ซึ่งรวมถึง การศึกษาเกี่ยวกับน้ำใต้ดิน ลักษณะและคุณสมบัติของดิน และผลการศึกษาต่างๆ ทั้งหมดได้รับการรับรองโดย สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ศูนย์วิจัยน้ำบาดาล คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำการสำรวจ วิเคราะห์และเก็บตัวอย่างดินและน้ำ (ทั้งจากใต้ดินและแหล่งน้ำธรรมชาติ) ในบริเวณโครงการ พื้นที่โดยรอบและชุมชนใกล้เคียงตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการ ทีมงานจากมหาวิทยาลัยขอนแก่นนี้ ยังรับผิดชอบในการตรวจสอบการปฎิบัติตามมาตรการและเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยประสบการณ์อันยาวนานจากการดำเนินธุรกิจด้านเหมืองแร่ การรักษาสภาพแวดล้อม และการปฏิบัติตามกฎหมายข้อบังคับ เป็นสิ่งที่บริษัทฯ ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนที่จะฟื้นฟูและพัฒนาสภาพพื้นที่หลังจากการทำเหมืองแร่ เพื่อให้สามารถใช้พื้นที่ทำประโยชน์ในด้านอื่นๆ ต่อไป 1

 

 


 

 
  Update